ระเบียบการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพเก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2564
(Thailand Snooker Ranking Circuit 2021 - Division 1)
สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย

ถัดไป »»

1. กติกาการแข่งขัน

ใช้กติกาสากลที่ได้รับการรับรองจาก สมาคมบิลเลียดและสนุกเกอร์อาชีพโลก (World Professional Billiards and Snooker Association – WPBSA)

2. คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

2.1 ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องเป็นนักกีฬาอาชีพที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย
2.2 นักกีฬาทั่วไป ไม่จำกัด จำนวน เพศ วัย สัญชาติ และต้องไม่เป็นผู้ที่ทุพพลภาพ อันเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน เช่น ตาบอดสี ผู้ที่มีอาการทางจิต หรือโรคติดต่อร้ายแรง
2.3 นักกีฬาไวล์การ์ด (Wildcard) เป็นนักกีฬาที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันเห็นชอบให้เข้าร่วมการแข่งขัน เช่น นักกีฬาต่างชาติระดับอาชีพโลกชั้นนำ นักกีฬาประจำชาติจากสมาคมกีฬาสนุกเกอร์ต่างประเทศในภูมิภาคเอเซีย หรือนักกีฬาไทยที่ไปแข่งขันสนุกเกอร์ระดับอาชีพโลก หรือนักกีฬาของจังหวัดเจ้าภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ รวมแล้วไม่เกินรายการละ 3 คน

3. วิธีการแข่งขัน

3.1 รอบ Open หรือรอบคัดเลือก เปิดรับสมัครนักกีฬาทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน โดยนักกีฬาที่มีคะแนนสะสมอย่างเป็นทางการเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่แล้ว อันดับ 33 – 64 จะเป็นตัวยืนในรอบนี้ คัดนักกีฬาให้เหลือ 32 คน เพื่อแข่งขันรอบ Main Draw
3.2 รอบ Main Draw รายการที่ 1 — 6 เป็นการแข่งขันของนักกีฬา ดิวิชั่น 1 ประกอบด้วยนักกีฬาที่มีคะแนนสะสมอย่างเป็นทางการเมื่อสิ้นสุดรายการที่ 1-2, 3-4 และ 5-6 โดยจัดนักกีฬาที่มีอันดับ 1 — 32 อย่างเป็นทางการเป็นตัวยืน แข่งขันกับนักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือกจากรอบ Open อีก 32 คน รวมเป็นผู้เล่นทั้งหมด 64 คน คัดให้เหลือ 16 คน ไปแข่งขันในรอบ Final Stage ต่อไป
3.3 รอบ Final Stage หรือรอบ 16 คน เป็นการแข่งขันของนักกีฬา 16 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากรอบคัดเลือกไปแข่งขันรอบ 16 คนสุดท้ายตามที่สมาคมฯ กำหนด โดยบางรายการ จะมีนักกีฬาไวล์การ์ด (Wildcard) เข้าร่วมการแข่งขันตามที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกำหนดผู้เล่นตามมติเห็นสมควร
3.4 รายการที่ 7 (สนุกเกอร์อาชีพชิงแชมป์ประเทศไทย) เป็นรายการที่นักกีฬาทั่วไปที่สนใจสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ โดยนักกีฬาที่มีคะแนนสะสมหลังจบรายการที่ 6 อันดับอย่างเป็นทางการลำดับที่ 1 — 32 จะเป็นตัวยืน แต่จะต้องเป็นนักกีฬาที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น นักกีฬารับเชิญหรือนักกีฬาไวล์การ์ด (Wildcard) ไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้

4. ระบบการแข่งขัน

4.1 รอบคัดเลือก ใช้ระบบแพ้คัดออก แต่ละรอบ แข่งขันดีที่สุด 3 ใน 5 เฟรม จนถึงรอบ Main Draw จะ แข่งขันดีที่สุด 4 ใน 7 เฟรม
4.2 รอบ 96 คน ถึงรอบชิงชนะเลิศ ใช้ระบบแพ้คัดออก แข่งขันที่ดีสุด 4 ใน 7 เฟรม
4.3 การจับฉลากประกบคู่แข่งขัน
4.3.1 ทำการจับฉลากประกบคู่และวางเส้นทางการแข่งขันรอบแรก ไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนเริ่มการแข่งขัน
4.3.2 การประกบคู่รอบ Open หรือรอบคัดเลือก จะมีนักกีฬาที่มีคะแนนสะสมอย่างเป็นทางการ อันดับ 33 — 64 จะเป็นตัวยืนในรอบนี้ โดยจะประกบคู่แบบจับฉลาก ตามรูปแบบที่แนบ ดังนี้

4.3.3 การประกบคู่ในรอบ Main Draw หรือรอบ 64 คน ซึ่งประกอบด้วยนักกีฬาตัวยืน อันดับ 1 — 32 แข่งขันกับนักกีฬา 32 คนจากรอบ Open จะเป็นการจับฉลาก แข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ 16 คน ไปแข่งขันในรอบ Final Stage (รอบ 16 คน) ที่จังหวัดในส่วนภูมิภาค ตามผังการแข่งขันด้านล่างนี้ (รายการที่ 1, 2 Seed 1 หมายถึง แชมป์เก่า ของรายการเดียวกันในฤดูกาลที่แล้ว Seed 2 คืออันดับ 1 จากคะแนนสะสม ณ เวลานั้น ในกรณีแชมป์เก่าไม่ลงแข่งขัน หรือเป็นนักกีฬาชาวต่างชาติ ที่ไม่ได้กลับมาแข่งขันในปีนี้ ให้อันดับ 1 จากคะแนนสะสม ณ เวลานั้นเป็น Seed 1 และอันดับ 2 เป็น Seed 2 กรณีแชมป์เก่าไม่ติดอันดับอย่างเป็นทางการ 1 ใน 32 คน จะต้องเล่นรอบตามจริงเท่านั้น และจะปรับคะแนนในการวาง Seed ใหม่ทุกๆ 2 รายการ สำหรับการแข่งขันรายการที่ 7 ซึ่งเป็นรายการชิงแชมป์ประเทศไทย จะปรับ Seed ใหม่หลังจบรายการที่ 6
2018 Thailand Snooker Ranking - Division 1 Format
4.4 กรณีที่ผู้เล่นไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ ให้ปฏิบัติดังนี้
4.4.1 กรณีไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ตามวันและเวลาที่กำหนด ให้นักกีฬาแจ้งเหตุผลให้ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขันทราบล่วงหน้าก่อนการแข่งขันไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง โดยจะต้องทำหนังสือหรือนำหลักฐานที่ไม่สามารถเข้าแข่งขันได้มาแสดงต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน ภายใน 3 วัน นับจากวันที่มีการแข่งขัน จึงจะมีสิทธิ์ได้รับคะแนนสะสม แต่ไม่ได้รับเงินรางวัล
4.4.2 หากนักกีฬาไม่มีการแจ้งล่วงหน้าถึงเหตุผลอันสมควร หรือไม่มีหนังสือ ไม่นำหลักฐานมาแสดงต่อฝ่ายจัดการแข่งขันตามระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ 4.4.1 หรือทางสมาคมฯ รับทราบภายหลังว่านักกีฬาไปลงแข่งขันรายการอื่นในวันและเวลาดังกล่าวที่ทับซ้อนกับรายการของสมาคมฯ ให้ถือว่านักกีฬาแพ้การแข่งขันในรอบนั้นๆ (Walkover) ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัล รวมทั้งคะแนนสะสม และจะถูกตัดสิทธิ์ห้ามลงแข่งขันตลอดฤดูกาลนั้นๆ
4.4.3 กรณีนักกีฬาในรอบ 16 คนได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนทีมชาติเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันในต่างประเทศตามที่สมาคมฯ มอบหมาย แต่กำหนดแข่งขันในต่างประเทศและกำหนดแข่งขันรอบ 16 คน ทับซ้อนกัน ให้สิทธิ์นักกีฬานั้นไม่ต้องลงแข่งขันในรอบคัดเลือก (Main Draw) และมีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัล และคะแนนสะสม ตามรอบที่ตนไม่ได้ลงแข่งขัน เช่น นาย A ได้รับคัดเลือกให้เดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ และมีกำหนดเดินทางไปแข่งขันตรงกับรอบ 16 คน ให้สิทธิ์นาย A ไม่ต้องลงแข่งขันตามรอบของนักกีฬา แต่ให้ได้รับเงินรางวัลตามรอบของนักกีฬา และได้คะแนนสะสมตามรอบที่นักกีฬาต้องลงแข่งขันในฐานะผู้แพ้
4.5 คะแนนสะสมของฤดูกาลนี้ จะนับต่อจากคะแนนสะสมในฤดูกาลในปีที่ผ่านมา โดยจะเอาคะแนนสะสมในฤดูกาลที่แล้ว มาจัดอันดับมือวาง 32 คน เพื่อเป็นตัวยืนของการแข่งขันในรายการที่ 1 และ รายการที่ 2 จะมีการจัดอันดับใหม่หลังจบรายการที่ 3 และรายการที่ 4 และจัดใหม่อีกครั้งหลังจบรายการที่ 5 และ 6 คะแนนสะสมจะมีอายุการใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล และจะถูกตัดออกไปทีละรายการหลังจบแต่ละรายการในฤดูกาลที่ 3 โดยนำคะแนนในแต่ละรายการที่ผู้เล่นทำได้ในฤดูกาลที่ 3 เข้ามาแทนที่คะแนนเดิม
4.6 คะแนนสะสมของนักกีฬา จะคิดจาก 10% ของเงินรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขัน เช่น นักกีฬาได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท จะได้คะแนนสะสม 500 คะแนน
4.7 นักกีฬาที่หยุดแข่งขันหรือเลิกเล่นไป จะยังคงสถานภาพการเป็นผู้เล่นต่อไปได้จนกว่าคะแนนสะสมของตนจะตกชั้นไป และหากต้องการจะกลับมาเล่นอีกครั้ง จะต้องไปเริ่มแข่งขันใหม่ในรอบคัดเลือก หรือรอบ Open เท่านั้น
4.8 นักกีฬาไวล์การ์ด (Wildcard) คือนักกีฬาที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขัน โดย เส้นทางการแข่งขันของนักกีฬาไวล์การ์ดจะต้องไม่พบกันเองในรอบ 16 คน แต่จะแข่งขันกับนักกีฬาอันดับต่ำสุดของรอบ 16 คน ไล่เรียงกันขึ้นมา นักกีฬาไวล์การ์ดจะได้รับเงินรางวัลตามรอบที่แข่งขันตามจริง แต่จะไม่ได้รับคะแนนสะสม และไม่มีสิทธิ์ลงแข่งขันในรอบคัดเลือก
4.9 นักกีฬาต้องมารายงานตัวที่สนามแข่งขันก่อนเวลาเริ่มแข่งขันอย่างน้อย 15 นาที (เช่น ต้องมารายงานตัว 9.45 - 10.00 น. ในกรณีแข่ง 10.00 น.) หากนักกีฬาไม่พร้อมที่จะแข่งขันตามเวลาที่กำหนด จะถูกปรับแพ้ไปทันที 1 เฟรมใน 15 นาทีแรก (นาทีที่ 1-15) และถูกปรับเพิ่มอีก 1 เฟรม ใน 15 นาทีถัดมา (นาทีที่ 16-30) ในกรณีที่นักกีฬามาสายเกิน 30 นาที (30.1 นาที) นับจากเวลาที่กำหนดไว้ในตารางแข่งขัน นักกีฬาจะถูกปรับแพ้การแข่งขันแมตช์นั้นทันที ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขันสามารถเปลี่ยนแปลงตารางการแข่งขันได้ตามความเหมาะสมในกรณีที่จำเป็น โดยจะต้องแจ้งให้ผู้แข่งขันที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับทราบล่วงหน้า
4.10 ในกรณีที่หัวคิวหลุด หากไม่ใช่รอบถ่ายทอดสด นักกีฬาสามารถขอเวลานอกเพื่อทำการเปลี่ยนหิวคิวได้ไม่เกิน 15 นาที แต่หากเป็นการถ่ายทอดสด นักกีฬาจะต้องเล่นต่อไปด้วยไม้คิวสำรอง จนกว่าจะเปลี่ยนหัวคิวแล้วเสร็จ
4.11 กรณีนักกีฬาไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ ไม่ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการฯ หรือปฏิบัติตนไม่เหมาะสม ให้ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขันพิจารณาตักเตือน และหากยังฝ่าฝืน ให้กำหนดโทษได้ตามดุลยพินิจ โดยมีขั้นตอนดังนี้
4.11.1 ห้ามแข่งขัน 1 รายการ
4.11.2 ห้ามแข่งขัน 1 ฤดูกาล
4.11.3 ตัดสิทธิ์การเป็นสมาชิกของสมาคมฯ เป็นระยะ เวลาตามความเหมาะสม
4.12 กรณีที่นักกีฬามีเจตนาล้มการแข่งขันเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของผู้ชม คู่แข่งขัน และกรรมการผู้ตัดสิน ให้กรรมการผู้ตัดสินตักเตือนนักกีฬาด้วยวาจา หากนักกีฬายังคงแสดงพฤติกรรมที่ส่อเจตนาต่อไปว่าไม่ตั้งใจเล่น หรือมีเจตนาเล่นให้แพ้ ให้ผู้ตัดสินรายงานพฤติกรรมดังกล่าวให้กับผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขัน เพื่อทำการสอบสวนและพิจารณาลงโทษตามข้อ 4.11 และถือเป็นการผิดต่อ พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ อาจมีโทษทางกฏหมายในคดีอาญาอีกด้วย
4.13 กรณีที่ไม่สามารถหาข้อสรุปของปัญหาได้ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขันจะทำหน้าที่เป็นผู้ชี้ขาด
4.14 นักกีฬาที่ร่วมการแข่งขันไม่ว่ารอบใด ห้ามนำโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดเข้ามาในสนามแข่งขัน และห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในขณะที่กำลังแข่งขันอยู่ หากนักกีฬาผู้ใดฝ่าฝืน จะได้รับการเตือนจากผู้ตัดสินในครั้งที่ 1 แต่ถ้าฝ่าฝืนอีกเป็นครั้งที่ 2 จะถูกปรับแพ้ทันที
4.15 กรณีที่มีการจับฉลากแบ่งสายการแข่งขันอย่างเป็นทางการและออกโปรแกรมการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักกีฬาจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันตามวัน/เวลาในโปรแกรมการแข่งขันที่สมาคมฯ ประกาศไป ยกเว้น นักกีฬาที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมฯ ให้เป็นตัวแทนทีมชาติเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศ แต่กำหนดแข่งขันต่างประเทศทับซ้อนกับกำหนดแข่งขันในประเทศ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะเป็นผู้พิจารณาเลื่อนวัน/เวลาแข่งขันที่เห็นสมควรให้กับนักกีฬาตัวแทนทีมชาติผู้นั้น โดยทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อตารางการแข่งขันโดยรวม และต้องได้รับการยินยอมจากนักกีฬาทั้งสองฝ่ายด้วย
4.16 นักกีฬาทุกคน ต้องดำเนินการชำระเงินค่าสมัครก่อนวันจับฉลากแบ่งสายไม่น้อยกว่า 1 วัน โดยชำระผ่านบัญชีธนาคารที่สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทยกำหนดไว้เท่านั้น ไม่สามารถชำระในวันแข่งขันได้ และคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะทำการจับฉลากแบ่งสายเฉพาะนักกีฬาที่ได้ทำการชำระค่าสมัครผ่านบัญชีแล้วเท่านั้น โดยหลังการชำระเงินค่าสมัครแล้ว ต้องนำหลักฐานการชำระเงินแจ้งแสดงต่อเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อนการจับฉลากแบ่งสาย

5. กำหนดการแข่งขัน

สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย จะประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนฤดูกาลการแข่งขันจะเริ่มขึ้นทาง เว็บไซด์ของสมาคมฯ www.thailandsnooker.org และทางเพจเฟสบุ๊ค Billiard Sports Association of Thailand

6. การสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน

โดยปกติ นักกีฬาตัวยืนรอบ Main Draw ต้องลงทำการแข่งขันในรายการสะสมคะแนนทุกรายการอยู่แล้ว แต่หากมีรายการหนึ่งรายการใดที่นักกีฬาไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ จะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้สมาคมทราบล่วงหน้าก่อนการแข่งขันอย่างน้อย 3 วัน พร้อมชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องขอถอนตัวจากรายการนั้นๆ อย่างเหมาะสม จึงจะไม่ถูกพิจารณาโทษ

อัตราค่าสมัครแข่งขัน

1. นักกีฬารอบ Main Draw คนละ 1,100 บาท ต่อ 1 รายการ โดยจะหักค่าสมัครจากเงินรางวัล ณ ที่จ่ายที่ได้รับ
2. นักกีฬารอบคัดเลือก Open คนละ 400 บาท ต่อ 1 รายการ ชำระก่อนวันแข่งขัน ในกรณีนักกีฬาคนใดได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 32 คนที่จะเข้าไปเล่นในรอบ Main Draw จะต้องจ่ายค่าสมัครเพิ่มอีกคนละ 700 บาท เป็นคนละ 1,100 บาท (เท่ากับนักกีฬารอบ Main Draw คนอื่นๆ) โดยจะหักค่าสมัครจากเงินรางวัล ณ ที่จ่ายที่ได้รับ
ถัดไป »»
Go to www.cuethong.com